Posted on

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน เลือกชนิดไหนดี ให้เป๊ะปังเหมาะกับเรา

เลือกซิลิโคนแบบไหนดี ให้ดูดี ดูปัง เป็นธรรมชาติ

ศัลยกรรมการเสริมจมูกเป็นศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมที่สูงที่สุด เพราะจะช่วยให้ใบหน้าเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ชัดเจนที่สุด เปลี่ยนลุค เปลี่ยนโหวงเฮ้ง หรือเปลี่ยนคนไปเลยก็มี เพราะจมูกคือสิ่งที่งดงาม และเด่นสะดุดตาที่สุดบนใบหน้าของคนเรา
เหตุที่ทำไม การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน  จึงเป็นที่นิยม ก็เพราะทำได้ง่าย ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง แถมเห็นผลเร็วขัดเจน และจะอยู่กับเราไปได้ตลอดชีิวิต  นอกจากการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ แล้ว การเลือกชนิดของซิลิโคนในการเสริมจมูกก็ถือว่าสำคัญ เพราะจะได้ไม่ต้องไปแก้ไข หลายรอบ ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง ยิ่งแพง

ชนิดของซิลิโคนในการเสริมจมูก : 

1. ซิลิโคนแบบเหลาเอง : มักจะมาเป็นบล๊อค แล้วนำมาเหลาเอง ตามรูปทรงจมูกที่ต้องการ เพื่อให้เข้ากับใบหน้าคนไข้ได้ทุกรูปแบบ
ข้อดี

  1. สามารถปรับแต่งให้เข้าได้กับจมูกทุกรูปหน้า ทุกรูปแบบว่าคนไข้ที่ต้องการความโด่งมากน้อยแค่ไหน ต้องการให้มีปลายหยดน้ำ ซิลิโคนนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกมิติความต้องการของแต่ละบุคคล
  2. ส่วนใหญ่คุณภาพของซิลิโคนแบบเหลาเองจะดีกว่าแบบสำเร็จรูป

ข้อจำกัด

  1. ใช้เวลานาน ราคาแพง
  2. แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ มิฉะนั้น อาจทำให้จมูกเบี้ยวได้


2. ซิลิโคนแบบสำเร็จรูป : เป็นซิลิโคนที่ขึ้นรูปร่างสำเร็จพร้อมที่จะใส่ให้กับคนไข้ทุกคน ซึ่งผลิตมาจากโรงงาน ถูกกำหนดให้มีความกว้างและยาวที่แตกต่างกัน ก่อนทำการเสริมจมูกแพทย์ผู้ทำหัตถการอาจปรับแต่งซิลิโคนเล็กน้อยเพื่อให้ได้รูปทรงที่เหมาะสมกับโครงจมูกของคนไข้แต่ละราย

ข้อดี

  1. ได้รูปทรงที่แน่นอน
  2. โอกาสที่จะเบี้ยว หรือเอียงน้อย
  3. เลือกได้หลายแบบตามความนิ่ม – แข็ง
  4. ทางที่ดี เวลาเลือก ซิลิโคนเสริมจมูก ควรเลือกแบบที่มีความนิ่มปานกลาง เพื่อป้องกันเวลาเกิดอุบัติเหตุ ล้มลงหน้าฟาดกับพื้น จะได้ไม่กระทบกับจมูกที่เราไปทำมามากนัก

ข้อจำกัด

  • ปรับแต่งรูปทรงได้เล็กน้อย จึงไม่อาจใช้วิธีนี้ได้กับคนไข้ทุกราย

ซิลิโคนปัจจุบันนิยมใช้ของประเทศอะไรบ้าง

1.ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศสหรัฐอเมริกา : เป็นซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ และมีความบริสุทธิ์ถึง 100% เป็นซิลิโคนสีขาว มีเนื้อที่นิ่ม ละเอียด มีความปลอดภัยและมีคุณภาพดี มีความยืดหยุ่นดี กว่าซิลิโคนประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ลักษณะพิเศษของซิลิโคนประเทศสหรัฐอเมริกา คือ เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มปานกลาง ไม่นิ่มจนเกินไป จึงเป็นที่นิยมมากที่สุด สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ เมื่อเสริมไปนานๆ แล้วยังไม่มีโอกาสที่จะยุบลงอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อบริเวณสันจมูกค่อนข้างมาก หรือคนที่มีโครงจมูกยาว ราคาแพง แต่ถือว่าดีที่สุดในปัจจุบัน
2.ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศเกาหลี : ซิลิโคนประเทศเกาหลีเป็นซิลิโคนมาตรฐานและมีหลากหลายเกรด ข้อดีคือ  ราคาไม่แพง
3.ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศญี่ปุ่น : ซิลิโคนประเทศญี่ปุ่นเป็นซิลิโคนมาตรฐานและมีหลายเกรด มีลักษณะออกเหลืองและเนื้อซิลิโคนมีตั้งแต่แบบนิม จนถึงค่อนข้างแข็ง บางเกรดพัฒนาได้เกือบเท่ากับของอเมริกา ราคามีตั้งแต่ถูกถึงแพง

Posted on

Coolsculpting : ลดพุง ปรับสัดส่วนให้น่ามอง ด้วยการสลายไขมันด้วยความเย็น ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัดหรือดูดออก

ลดพุง ลดโรค

การที่มีภาวะอ้วนลงพุงนั้น เกิดจากการที่มีรอบเอวหรือพุงขนาดใหญ่จนเห็นได้ชัด อาจจะเกิดจากการสะสมของไขมันในช่องท้องจำนวนมาก นอกจากจะทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วนแล้ว อังอาจจะส่งผลให้การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายผิดปกติ จนน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน อีกทั้งยังอาจจะมีผล ทำให้ระดับไขมันในเลือดและความดันโลหิตสูงขึ้นด้วย เมื่อเกิดภาวะนี้เป็นระยะเวลานาน ผนังหลอดเลือดแดงจะหนาขึ้นจนอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การลดความอ้วน ลดพุง จึงทำให้เราลดโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

CoolSculpting คืออะไร

คือการกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นและพัฒนาโดย คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และได้มีการรับรองผลว่าได้ผลจริง จากอเมริกา (US FDA Approve) และทั่วโลก หลักการทำงานคือความเย็นในระดับจุดเยือกแข็ง ลบ -11 ถึง -13 °C ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน  ความลับของไขมัน – เซลล์ไขมันมีความบอบบางเมื่อได้รับความเย็นจัด ในระยะเวลาหนึ่ง เซลล์ไขมันจะหยุดทำงาน  ทำให้ไขมันตาย  และถูกขับออกจากร่างกาย โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือดูดออก (non-invasive) จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่ต้องฉีด  เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ในการลดไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลดีที่สุด หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมตามปก

Coolsculpting ทำได้บริเวณไหนบ้าง ลดไขมันได้เท่าไหร่

คุณสามารถกำจัดไขมันได้ทุกบริเวณที่ต้องการ แม้แต่ในพื้นที่เล็กๆอย่างไขมันใต้คาง เหนียง คางสองชั้น จนไปถึงการกำจัดไขมันในพื้นที่ให้ๆอย่างสะโพก ข้างเอว หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งที่คลินิกนีโอ เรามีหัวเครื่องมือหลายแบบที่สามารถเข้าถึงในพื้นที่เล็กๆ จนสามารถครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ๆได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจาะ ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาทำไม่นานเพียง 35 นาทีต่อการหนีบ
เพียงครั้งเดียว สามารถลดไขมันได้ถึง 27% ภายใน 3 เดือน มีรายงานรับรองผลกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก แถมปลอดภัยเพราะทำลายเฉพาะเซลล์ไขมัน ไม่มีผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง หรืออวัยวะอื่น หลังทำไม่มีเกิดเซลลูไลต์ และไขมันไม่กลับมาใหม่ ถ้าควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

Posted on 4 Comments

รอยหลุมสิว การรักษาอย่างไร แบบไหน ได้ผลดี ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องพักฟื้น คืนผิวเนียน

ชนิดของหลุมสิว

ปัญหาแผลเป็น รอยหลุมสิว มักเกิดจากสาเหตุการมีปัญหาสิวอักเสบมาก่อน เมื่อแตกหรือยุบตัว ก็เกิดรอยหลุมขึ้น ซึ่งมักจะเกิดจากสิวอักเสบขนาดใหญ่แตกและยุบตัวอย่างรวดเร็ว(แม้จะไม่ได้กดหรือบีบเอง) หรือสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขนาดเล็ก ที่รักษาไม่ถูกวิธี มีการกดหรือบีบสิวอย่างผิดวิธี
ชนิดของรอยหลุมสิว( Contour irregularities acne scar) ( ดูภาพประกอบที่ 1) แบ่งได้เป็น

1. Ice Pick Scar: เป็นรอยหลุมจิกลึก ขอบแคบ ขนาดมักไม่เกิน 0.5 มม. แล้วอาจจะกว้างเล็กน้อยที่ฐานของหลุม มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตันให้หลุดออก เป็นรอยหลุมที่รักษาให้เรียบได้ยากที่สุด กว่าแบบอื่นๆ
2. Box car Scar: เป็นรอยหลุมกว้าง ขนาดใหญ่ คล้ายล้อรถทับ ขนาดมักจะประมาณ 3-4 มม. ขอบและฐานหลุมขนาดใกล้เคียงกัน มักจะพบพังผืด (fibrosis) เกาะติดในชั้นหนังแท้ มักเกิดจากผลของอักเสบของสิวขนาดใหญ่ๆ หรือแผลเป็นอีสุกอีใส ทำให้เวลาดึงให้ตึงจะเรียบได้ยาก เป็นรอยหลุมที่รักษาได้ยากเช่นกัน
3. Rolling Scar: มีลักษณะเป็นรอยหลุมฐานโค้งคล้ายกะทะ พื้นนุ่ม เวลาดึงให้ตึง แล้วทำให้ขอบแผลเรียบได้ มักเกิดจากผลของอักเสบของสิวขนาดใหญ่ๆ ที่ได้รับการรักษามาบ้าง แต่การยุบตัวของสิวไม่สัมพันธ์กับการสมานผิว เป็นรอยหลุมสิวที่ให้ผลการรักษาได้ดีกว่ารอยหลุมแบบอื่น
4. Hypertrophic Scar มีลักษณะแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ มักจะเกิดจากสิวที่มีการอักเสบและติดเชื้อรุนแรง ทำให้เกิดการสมานแผลผิดปกติ  ส่วนใหญ่จะเกิดน้อย ยกเว้นในคนที่มีปัญหาเกิดคีลอยด์ได้ง่ายอยู่แล้ว

การรักษารอยหลุมสิวที่คลินิกนีโอ :

การรักษาหลุมสิว มีหลายๆ วิธี มีการพัฒนาให้ได้ผลมากที่สุด แต่ก็ยังไม่มีวิธีใด วิธีเดียว ที่จะได้ผล 100% ต้องใช้การรักษาแบบผสมผสาน หลายๆ วิธี หลักๆ คือ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น และทำให้หลุมสิวเต็มขึ้น ส่วนจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนกันขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยหลุมด้วย แบ่งกลไกการรักษาดังนี้
1. การทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น
2 การทำให้หลุมสิวเต็มขึ้น
3. ศัลยกรรมตัดพังผืด แผลเป็นสิว

1.การทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น: 

โดยการลอกผิวออก อาจจะลอกออกแบบตื้นๆ หรือลอกลึก แล้วแต่การรักษา  ตั้งแต่ลอกตื้นๆ จนลอกลึก แต่ที่คลินิกนีโอ จะใช้เพียง 2 วิธี ที่เหมาะกับผิวคนเอเซีย
1.1.Chemical Peeling : โดยการแต้มด้วยกรดเข้มข้น เช่น 50-70 % AHAs หรือ 30-50% TCA กลไกการรักษา ก็คือ การทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกบริเวณรอยหลุม หลุดลอกออกช้าๆ เพื่อเตรียมให้บริเวณที่ต้องการรักษา นุ่มและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้เซลล์ผิวใหม่ได้มีการแบ่งตัว และดันตัวขึ้นมาบริเวณรอยหลุม พร้อมแก้ไขเซลผิวหน้าชั้นนอกที่มีปัญหาให้กลับคืนสู่สภาพปกติ มักจะใช้ในการรักษารอยหลุมสิวทั้ง 3 แบบ คือIce Pick scar,Box car scar,Rolling scar โดยแต้มทุก 2-3 อาทิตย์ต่อครั้ง
1.2 Fractional RF non-needle (E-matrix) : เป็น Fractional RF แบบที่ไม่ใช้เข็ม จัดเป็นการรักษารอยหลุมสิวแบบทำให้ตื้นขึ้นที่ได้ผลดีสุด ในปัจจุบัน โดยหัวพลังงาน RF  แต่จะเป็นหัวที่สัมผัสกับผิว   โดยจะปล่อย RF  ชนิด Bipolar RF   ซึ่งจะมีกระแสเป็น + / – สลับกัน และมี Pattern การวิ่งของคลื่น RF แบบ Dual Matrix คือ วิ่งซิกแซกไปมา เพื่อลดแรงเสียดทานที่ผิว ทำให้ลดความเจ็บปวดขณะทำ แต่ได้ผลเป็นเลิศ พร้อมกับมีการใช้เทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า Select Pulse เพื่อให้ได้ผลการรักษาเทียบเท่ากับการทำ Resurfacing และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ให้ผลเทียบได้กับ Er-Glass Er-Yag และ Co2 จึง เท่ากับการนำอุปกรณ์เครื่องมือการรักษา 3 ชนิด มารวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน เพื่อใช้ในการรักษาริ้วรอย หลุมสิวที่ไม่มีพังผืด  กระชับรูขุมขน ความผิดปกติของเม็ดสี ผิวไม่เรียบเนียน หลังทำอาจจะเป็นรอยดำและลอกออก ใน 3-4 วัน

2. การทำให้ รอยหลุมให้เต็มขึ้น

หลักการคือการสร้างเซลล์ผิวใหม่ มาทดแทนเซลล์ผิวเดิมที่ได้ยุบตัวลงเป็นหลุม มีหลายวิธี แต่ที่คลินิกนีโอ จะใช้เพียง 2 วิธี ที่เหมาะกับผิวคนเอเซีย
2.1 Fractional RF Micro-needling (F.R.M) : จัดเป็นนวัตกรรมรักษารอยหลุมสิว ที่ได้ผลดีมากสุดในปัจจุบัน และ ผลข้างเคียงน้อยสุด เป็นการนำเอา  พลังงานคลื่นวิทยุ RF ปล่อยลงที่ปลายเข็มที่มีขนาดเล็ก เข็มจะตัดพังผืดแนวยาว และพลังงาน RF ที่ปลายเข็ม จะกระตุ้นการสร้างเนื้่อใหม่ โดยมีข้อแตกต่างกันที่ Fractional Laser  ตรงที่พลังงานจะลงไปลึกกว่าและกว้างกว่าพลังงานเลเซอร์ เหมาะกับทุกสภาพสีผิว
2.2 Fractional Erbium Laser -1550( Finescan-1550 ): คือ เลเซอร์ที่ใช้รักษาหลุมสิว โดยหลักการทำงาน คือการยิงแสงเป็นลำเล็กๆ จำนวนมาก เพื่อทำให้เกิดการทำลายรอยหลุม แล้วก่อให้เกิดการบาดเจ็บเล็กๆ (micro-injuries) หลังจากนั้นก็จะเกิดการสมานแผล และสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ หลังทำ ผิวหน้าจึงกระชับขึ้น รูขุมขนเล็กลง รอยหลุมตื้นขึ้น รอยด่างดำ จางลง แต่ไม่เหมาะกับคนสีผิวคล้ำ เพราะอาจจะทำให้ผิวคล้ำ ดำกว่าเดิมได้

3. ศัลยกรรมตัดพังผืด แผลเป็นสิว

การทำศัลยกรรมรอยหลุมสิว เดิมมีหลายวิธี แต่วิธีเดิมๆ มักจะทำให้เกิดแผลเป็น รอยเย็บ แต่คลินิกนีโอ เลือกเฉพาะที่ทำแล้วได้ผล ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น ได้แก่
3.1 Norkor Needle Subcision:  คือการใช้เข็มที่มีใบมีดอยู่ตรงปลายเข็ม ใช้สำหรับทำ Subcision โดยเฉพาะ  ขนาดเท่าเบอร์ 18 แทงเซาะบริเวณใต้ฐานหลุม ทำให้มีการแยกชั้นของผิวหนัง พังผืดที่ยึดเกาะรอยหลุมก็จะหลุดออก เกิดเลือดมาสะสมที่ในรอยแยก พร้อมกับนำพา Fibroblast มาทำการซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ ให้มีการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เหมาะกับหลุมสิว ice-pitch scar หรือ box scar ที่มีพังผืดยึดเกาะไม่มากนัก
3.2 Blunt Blade Subcision  : จัดเป็นทางเลือกใหม่ในการทำ Subcision โดยแทนที่จะตัดพังผืดให้ขาดออกด้วยความคมของใบมีดเช่น Nokor Needle ซึ่งอาจจะมีแผลเป็นเล็กๆ จากความคมของใบมีดเอง เปลี่ยนมาเป็นใบมีดแบบทู่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะในการทำให้พังผืดเกิดการฉีดขาดแทนการตัด โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นก็จะน้อยกว่า โดยมีหลากหลายขนาดของเครื่องมือ เหมาะสำหรับรอยหลุมขนาดใหญ่ และมีพังผืดเกาะค่อนข้างหนา